- ประวัติมูลนิธิฯ
- แนะนำโครงการ
- โครงการทุนการศึกษา
- โครงการอนุบาลดวงประทีป
- โครงการพัฒนาผู้นำเยาวชนคลองเตย
- โครงการศูนย์สุขภาพชุมชนฯ
- โครงการส่งเสริมองค์กรชุมชน
- โครงการนิทานคาราวาน
- โครงการการศึกษาพิเศษ
- โครงการศิลปะเด็ก
- โครงการฟื้นฟูพื้นที่ธรณีพิบัติ(พังงา)
- โครงการอนุบาลชุมชน
- โครงการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย
- โครงการป้องกันและควบคุมโรคเอดส์
- โครงการผู้สูงอายุ
- โครงการนิวัตน์ิสู่ชีวิตใหมู่่
- โครงการเครื่องสนาม
- โครงการเปิดโลกไอทีสู่ชุมชน
- ประชาสัมพันธ์
- แผนที่ตั้งมูลนิธิฯ
- ผลิตภัฑณ์ชุมชน
- กระดานสนทนา
- ส่งข่าวถึงมูลนิธิ
- อัลบั้มรูป
- อัลบั้มวีดีโอ
บทความ
พิธีมอบรางวัล"ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ" ประจำปี 2552 (ปีที่ 3)
Submitted by admin on ศุกร์, 2009-08-28 14:56. บทความ

ผ่านไปด้วยดีกับพิธีมอบรางวัล "ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ" ประจำปี 2552 (ปีที่ 3) ด้วยการสนับสนุนของ มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ในโครงการเชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม ด้านการพัฒนาสังคมเมือง ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานกันอย่างอบอุ่น โดยในปีนี้ผู้ได้รับการพิจารณาให้
ได้รับรางวัล ได้แก่ พระครูโสภณพัฒนานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดสะพาน ผู้ซึ่งผลักดันให้วัดสะพานเป็นศูนย์กลางของเขตคลองเตย ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด
มาตั้งแต่ปี 2529 โดยการติดต่อประสานกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในการร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยการนำเด็กและเยาวชนเข้าวัดปฏิบัติธรรม อาทิ
ค่ายธรรมะ ,โครงการ "ร้อยสายใยร่วมใจบำบัดฟื้นฟู" , โครงการ "พุทธธรรมนำพ้นภัยยาเสพติด" นอกจากนี้ยังจัดตั้งศูนย์สงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด
ตามนโยบาย 5 รั้วป้องกันยาเสพติดเพื่อรับบุคคลที่หน่วยงานราชการและชาวบ้านส่งมาฝาก จัดไปแล้ว 11 รุ่น ระยะเวลารุ่นละ 2 เดือน รวมผู้ผ่านการอบรม
1,218 คน เหล่านี้ เป็นต้น
ท่านพระครูยังรับผู้เคยติดยาเสพติดเข้าบวชเป็นพระที่วัดสะพาน อบรมบ่มเพาะจนเลิกขาดจากยาเสพติด พัฒนาเป็นบุคลากรในการอบรมเยาวชนและผู้พัก
ฟื้นยาเสพติด ปัจจุบันมีพระทำหน้าที่ดังกล่าวจำนวน 20 รูป ด้วยผลงานที่ท่านได้ปฏิบัติมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องจนเป็นที่ประจักษ์ คณะกรรมการ
ผู้พิจารณาจำนวน 7 ท่าน เห็นสมควรลงมติให้พระครูฯ เป็นผู้ได้รับรางวัลฯ จากจำนวนผู้เสนอรายชื่อเข้ารับรางวัลทั้งสิ้น 8 ราย แบ่งเป็นองค์กร 3 ราย บุคคล
5 ราย เป็นการดำเนินการด้านการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย ด้านการสงเคราะห์และพัฒนาเด็กและเยาวชน ด้านการออมทรัพย์ของชุมชน และด้านการแก้ไข
ปัญหายาเสพติด
บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความปิติ โดยเริ่มจากคุณเพ็ญวดี แสงจันทร์ ผู้จัดการมูลนิธิดวงประทีปเป็นผู้กล่าวความเป็นมาของรางวัล การจัดงาน การ
คัดเลือกผู้รับรางวัล คุณภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและเลขานุการมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวแสดงมุทิตาจิตพร้อมถวายเงินรางวัลจำนวน
1 ล้านบาท ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ประธานมูลนิธิดวงประทีป และกรรมการมูลนิธิดวงประทีปถวายโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ อาจารย์กิตติรัตน์
ณ ระนอง อดีตกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้ริเริ่มการก่อตั้งรางวัลดังกล่าวได้ขึ้นกล่าวแสดงมุทิตาจิตแด่พระครูด้วยก่อนถ่ายรูปเป็น
ที่ระลึกร่วมกัน
รางวัลฮีโร่ สิทธิเด็กแห่งทศวรรษ ปี 2553 เนลชัน แมนคาร่า และกราซ่า มาเซล ได้รับคะแนนสูงสุด ครูประทีปติด 1 ใน 13 ฮีโร่ สิทธิเด็ก
Submitted by admin on เสาร์, 2010-10-09 15:53. บทความ งานครบรอบ 10 ปี ของมูลนิธิรางวัลสิทธิเด็กโลก ( The World’s Children Prize for The Right of The Child) ได้จัดงานขึ้น ณ พิธีมอบรางวัลได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2553 โดยมูลนิธิสิทธิเด็กโลกอยู่ในพระชินูปถัมภ์ของพระราชินีซิลเวียแห่งสวีเดน และอดีตประธานาธิบดีแห่ง ประเทศแอฟริกาใต้ Mr. เนลซัน แมน
คาร่า นักต่อสู้สิทธิมนุษยชนเพื่อประชาธิปไตย
รางวัลฮีโร่สิทธิเด็กแห่งทศวรรษประจำปี 2552 ฉลองโอกาสพิเศษนี้ด้วยการลงคะแนนเลือกฮีโร่ สิทธิเด็กแห่งทศวรรษ ด้วยการลงคะแนนเสียงพร้อมกันทั่วโลก ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ 13 คน สำหรับรางวัลฮีโร่สิทธิเด็กแห่งทศวรรษเป็นบุคคลและองค์กรที่เคยได้รับการลงคะแนนให้ได้รับรางวัลมิตรไมตรีโลกจากเด็กๆ หรือรางวัลเด็กโลกจากคณะกรรมการเด็กนานาชาติมาแล้วในช่วง 9 ปี แรกของโครงการรางวัลเด็กโลกเพื่อสิทธิเด็ก (ครูประทีปได้รับ
การลงคะแนนให้ได้รับทั้ง 2 รางวัลเมื่อปี 2547 และในปี 2553 ก็ติด 1 ใน 13 คน) ในปี 2552 เด็กอายุ 8-18 ปีจำนวน 24 ล้านคน 58,000 โรงเรียนใน 101 ประเทศ เข้าร่วมลงคะแนนให้นักต่อสู้เพื่อสิทธิเด็กและเป็นฮีโร่แห่งทศวรรษ และผู้ที่ได้คะแนนมากที่สุดถึง 7 ล้านคะแนน คือ อดีตประธานาธิบดีแนลซัน แมนคาร่า และกราซ่า มาแซล 2 สามีภรรยา นักต่อสู้เพื่อสิทธิเด็กและประชาธิปไตย
เนลซัน แมนคาร่า ต่อสู้เพื่อเสรีภาพมาตลอดชีวิตเพื่อให้เด็กๆในแอฟริกาใต้พ้นจากการแบ่งสีผิว อีกทั้งสนับสนุนสิทธิเด็กอย่างแข็งขัน หลังจากติดคุกยาวนานถึง 27 ปี เขาเป็นประธานาธิบดีแอฟริกาใต้คนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง
เนลสัน ยังคงช่วยเหลือเด็กในแอฟริกาใต้ และเรียกร้องสิทธิให้เด็กเขาก่อตั้งองค์กรเพื่อเด็กชื่อ Nelson Mandela Children’s Fund ช่วยเหลือเด็กที่พ่อแม่ตายจากโรคเอดส์เด็กข้างถนน เด็กพิการ และเด็กยากจน เนลสันบริจาคเงินเดือนครึ่งหนึ่งให้กับเด็กๆยากจนและเมื่อเนลสันได้รับรางวัลโนเบลเขาได้มอบเงินรางวัลส่วนหนึ่งช่วยเหลือเด็กข้างถนน เนลสันไม่เพียงต้องการให้เด็กๆทุกคนรู้สึกเป็นที่รัก เขาต้องการมอบอนาคตที่ดีขึ้นแก่เด็กๆด้วย
กราซ่า มาเซล ภรรยาของแนลสัน แมนคาร่า ได้รับรางวัลเพราะเธอต่อสู้เพื่อสิทธิเด็กมายาวนานอย่างกล้าหาญ โดยเฉพาะในประเทศโมแซมบิก เธอต่อสู้ให้เด็กหญิงมีโอกาสไปโรงเรียนเท่ากับจำนวนเด็กชาย ในชนบทเด็กหญิงต้องทำงานและถูกจับให้แต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย 
บรรยากาศพิธีมอบรางวัลที่ศาลาว่าการกลางกรุงสต๊อกโฮม เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2010 เวลา 18.00 (ณ ศาลาว่าการแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ทุกปีจะมีพิธีมอบรางวัลNobel Prize ให้แก่บุคคลที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน)
พระราชินีซิลเวีย เสด็จมาพร้อมกับผู้ติดตาม 2 ท่าน ทรงพระราชทานวโรกาสให้ผู้ที่ได้รับรางวัลทั้งหมดเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ก่อนเวลาในบริเวณชั้น 2 ของศาลาว่าการ (Stock Home City Hall) ทรงยื่นพระหัตถ์ให้กับผู้รับรางวัลแต่ละประเทศได้ทำความเคารพ เมื่อเสด็จมาถึงครูประทีป ทรงจำได้ว่ามาจากประเทศไทยทรงยก 2 พระหัตถ์ ขึ้นทรงแสดงการสวัสดี ตามแบบไทยทำให้ครูประทีป คุณรจนา แพรศรีทอง และภิรมย์ยา (เยาวชนหญิงจากโครงการนิวัตน์สู่ชีวิตใหม่) ต้องรีบยกมือไหว้พร้อมกับย่อตัวลงถวายคำนับด้วยสำนักในพระกรุณาอย่างนอบน้อม
ทรงพระสรวลด้วยพระพักตร์ที่อิ่มเอิบเต็มไปด้วยพระเมตตา
ขบวนดนตรีที่เร้าใจจากประเทศแอฟริกาใต้ได้นำคณะของผู้ได้รับรางวัลโดยมี Graca Machel (กราซ่า มาแชล) ภรรยาของอดีตประธานาธิบดี เนลสัน แมนคาร่า อยู่หัวแถวเป็นขบวนยาวลงจากบันไดศาลาว่าการสู่เวทีห้องโถงใหญ่ มีประชาชนนั่งเต็มห้องโถงอยู่ประมาณ 1,000 คน คณะเรานั่งประจำที่แถวหน้าด้านหน้าเวที สักครู่พระราชินีเสด็จลงทางบันไดเช่นกันโดยมีตัวแทนคณะกรรมการเยาวชนชายหญิง 2 คนเป็นผู้แทนนำเสด็จสู่ที่พระเก้าอี้ที่ประทับซึ่งเป็นเก้าอี้หลุย ธรรมดาตั้งอยู่บนเวทีด้านข้างและมีคณะกรรมการเยาวชนจาก 15 ประเทศนั่งอยู่ไม่ไกลกัน พิธีกรนำเข้าสู่รายการ ความเป็นมาของมูลนิธิรางวัลสิทธิเด็กโลก สลับกับการแสดงอันตื่นตาตื่นใจของคณะเยาวชนจากวิทยาลัยการแสดงศิลปวัฒนธรรมจาก 4 ประเทศ มีเวียดนาม อินเดีย แอฟริกาใต้ บราซิล
พิธีกรประกาศผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดคืออดีตประธานาธิบดีแนลสัน แมนคาร่า และกราซ่า มาแซล 2 สามีภรรยา กราซ่า มาแซล ขึ้นรับพระราชทานรางวัลพร้อมกับ อ่าน
สุนทรพจน์ของอดีตประธานาธิบดี แนลสัน แมนคาร่า
“........เรารู้สึกดีใจไม่มีอะไรที่จะมีคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ที่ได้รับความรักอันบริสุทธิ์จากเด็กๆ.... เกียรติยศและการยกย่องจากเด็กๆมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ ยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่ต้องทุกข์ทรมานจากความหิวโหย ขาดการศึกษา ขาดการป้องกันโรค ถูกทอดทิ้ง ถูกทารุณกรรม ขณะที่เรารู้สึกขอบคุณในรางวัล เราก็ต้องคิดถึงพันธกิจที่พวกเราทุกคนไม่ว่าจะเป็นปัจเจก หรือสาธารณชน รัฐบาลหรือเอกชนต้องทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิมเพื่ออำนวยสิ่งที่มีประโยชน์ มีคุณค่าให้แก่เด็ก และไม่มีเหตุผลใดๆเลย ที่เราจะทำเพื่อเด็กไม่ได้ เด็กๆทุกคนไม่ว่าหนูจะอยู่ที่ใด ขอให้พวกหนูรู้ว่าเรารักพวกหนูอย่างหมดหัวใจของเรา”
ความฝันของอัญชิญฐา ทองสุข
Submitted by admin on จันทร์, 2010-03-15 16:52. โครงการส่งเสริมองค์กรชุมชน | บทความความฝันของอัญชิษฐา ทองสุข
ความรักของผู้ยากไร้มอบให้เพื่อนชาวเฮติ
Submitted by admin on จันทร์, 2010-02-22 10:52. บทความความรักของผู้ยากไร้มอบแด่เพื่อนชาวเฮติ
รักนี้เพื่อเพื่อนชาวเฮติ
Submitted by admin on ศุกร์, 2010-02-12 11:36. บทความ
ความรักของผู้ยากไร้มอบให้เพื่อนชาวเฮติ
วันเด็กปี53 เด็กคิดอย่างไร!
Submitted by admin on จันทร์, 2009-12-28 16:43. โครงการพัฒนาผู้นำเยาวชน | บทความวันเด็กปี53 เด็กคิดอย่างไร!...
ครอบครัวอบอุ่นแบบพอเพียง
Submitted by admin on พฤ, 2009-12-24 10:38. บทความครอบครัวอบอุ่นแบบพอเพียง
ทางเลือก ทางรอดของคนจนเมือง
Submitted by admin on ศุกร์, 2009-07-31 12:14. บทความทางเลือก ทางรอดของคนจนเมือง
ความเสียสละของ"ขวัญข้าว"
Submitted by admin on พุธ, 2009-07-01 09:16. โครงการนิทานคาราวาน | บทความ
ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม ถึงวันที่ 12 มิถุนายน โครงการนิทานคาราวาน มูลนิธิดวงประทีป ได้นำละครหุ่นเพื่อการศึกษา ไปแสดงให้เด็ก ๆ ชาวพม่า, กะเหรี่ยง ในศูนย์การเรียนของผู้อพยพ จังหวัดตาก จำนวน 10 โรงเรียน อาทิ ศูนย์การเรียนซีดีซี ศูนย์การเรียนแควคะเบา ศูนย์การเรียนAgape เป็นต้น และเด็กไทยที่อาศัยอยู่บนแนวเขา จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 11 โรงเรียน เช่น โรงเรียนบ้านแกงนาง, โรงเรียนคำผักกูด,โรงเรียนบ้านสานแว้ เป็นต้น รวมจำนวนเด็กที่ชมการแสดงละครหุ่น 4,000 คน สถานที่ส่วนใหญ่ในการแสดงหุ่นจะตั้งอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดน ทุรกันดาน ยากต่อการเดินทาง แต่การแสดงละครหุ่นในครั้งนี้สร้างความประทับใจให้กับทีมงานหลายเรื่องมากมาย อดไม่ได้อยากจะถ่ายทอดความประทับใจครั้งนี้ให้กับทุกท่านได้รับทราบถึงความรู้สึกร่วมกัน
นับจากการแสดงในวันแรก ณ ศูนย์ผู้อพยพฯ ที่มีเด็กต่างชาติ ต่างภาษา ที่รอคอยการมาถึงของทีมงาน ทำให้เรารู้ว่าเด็กๆ รอคอยพวกเราด้วยความปิติยินดี คนละไม้คนมือที่เด็กๆ ช่วยกันขนของลงจากรถ และนั่งรอจนการแสดงเริ่มขึ้นด้วยนิทานผ้ากันเปื้อน เล่นเกมส์ และการแสดงละครหุ่นสีหน้าแววตาใสๆของทุกคู่เปล่งประกายความสุข สนุกสนานตลอดระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ทุกคนตั้งใจชม และพยายามสื่อสารกับทีมงานด้วยภาษาไทยขณะร่วมเล่นเกมส์อย่างไม่เขินอาย ทุกคนกล้าแสดงออก เสียงหัวเราะดังสนั่น ช่างเป็นรอยยิ้มที่เต็มเปลี่ยมไปด้วยความสุข ความสนุกของพวกเขาที่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสการแสดงโดยผ่านหุ่นน้อยแสนสวยที่สามารถจับต้องได้จริงๆ หลังเสร็จสิ้นการแสดงเด็กหลายคนกรูเข้ามาจับ และลองเล่นหุ่นด้วยความสงสัยและสนใจ บางคนก็ช่วยเก็บและขนขึ้นรถ น้ำดื่มแก้วแล้วแก้วเหล่าที่เด็กๆ นำมาให้แสดงถึงความขอบคุณและน้ำใจที่มีให้ นอกจากการแสดงแล้ว โครงการฯ ยังนำหนังสือนิทานมามอบให้กับทางห้องสมุด เด็กๆ สนใจเข้าไปหยิบอ่าน บางคนยังอ่านหนังสือไม่ออกแต่ก็สนใจขอดูแค่รูปภาพก็ยังดี...... 
ระหว่างที่ทีมงานกำลังเก็บอุปกรณ์อยู่นั้น เด็กหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาและบอกกับทีมงานว่า “พี่แสดงเก่งจังเลยอยากให้พี่ๆ มาแสดงอีก ” ซึ่งทีมงานก็ได้แต่ยิ้มกลับไป ส่วนอีกคนหนึ่ง “ขวัญข้าว” เด็กชายวัยกำลังเรียนอนุบาลถามพวกเราว่า “จะมาแสดงอีกได้ไหม?” น้องๆ คงไม่รู้ว่าในใจของทีมงานแล้ว อยากมาให้ความสุขกับพวกน้องๆ มาก แต่เราก็ตอบได้แค่เพียง “ยังไม่รู้..พวกพี่มาแสดงที่นี่ได้ก็เพราะมีผู้ใหญ่ใจดีให้ค่าใช้จ่ายมา...” เขาถามต่อว่า “ต้องจ่ายเท่าไหร่” เราตอบไปว่า “ค่าเดินทาง ค่าอาหาร 3,000 บาท ไม่รวมค่าน้ำมัน! ” น้องขวัญข้าวบอกต่อว่า “อยากให้มาอีก แต่ตอนนี้มีสตางค์ในกระปุกออมสินประมาณ 200 บาท.....” เราถามกลับไปว่า “ไม่พอ น้องขวัญข้าวจะทำอย่างไร ......” เขาตอบว่า “ผมจะไปขอทาน” พวกเราได้แต่อึ้งในคำพูดที่ใสบริสุทธิ์แสดงให้เห็นความปรารถนาที่ทำให้เราเข้าใจถึงความต้องการของเด็กๆ ที่มีต่อการแสดงละครหุ่น จากแววตาของทุกคนที่ยืนโบกมือส่งทีมงานจนล้อรถเริ่มหมุนเคลื่อนตัวจากไป
ความประทับใจสร้างความซึ้งใจ แม้หนทางจะยากลำบากสักเพียงใด เมื่อเห็นลอยยิ้มของเด็กแล้วความเหนื่อยล้าก็หายไป กลับแทนที่ด้วยความสุขใจ นับเป็นความสำเร็จของโครงการนิทานคาราวาน มูลนิธิดวงประทีป ที่ได้นำละครหุ่นเพื่อการศึกษา แสดงให้กับเด็กชายขอบได้ชมอย่างสนุกสนาน และมูลนิธิฯ ยังได้สร้างทีมนักแสดงรุ่นใหม่เกิดขึ้น พี่ ๆ นักแสดงเป็นเยาวชนด้อยโอกาสในชุมชนแออัดคลองเตย ได้รับโอกาสจากมูลนิธิฯ ฝึกอบรมให้เป็นนักแสดงได้ค่าตอบแทนเป็นรายวันทุกคนทุ่มเทกับการแสดงครั้งนี้อย่างเต็มความสามารถจนได้รับคำ
ชมจากเด็ก ๆ คณะครู ความสำเร็จครั้งนี้ด้วยเพราะมูลนิธิฯ ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี อย่าง Wing Of Support Foundation ท่านก็เป็นได้เช่นกัน
พลิกชีวิต"น้องนาง" สร้างความมั่นใจ
Submitted by admin on พฤ, 2009-05-28 11:58. บทความ | โครงการนิวัตน์สู่ชีวิตใหม่พลิกชีวิต "น้องนาง" สร้างความมั่นใจ ก้าวต่อไปไม่ท้อถอย




























ความคิดเห็นล่าสุด
3 ปี 7 สัปดาห์ ago